สิงคโปร์ติดโควิดพุ่งอีก ยอดสะสมทะลุ 9,000 ราย ขยายล็อกดาวน์ถึง 1 มิ.ย.

สิงคโปร์ติดโควิดพุ่งอีก ยอดสะสมทะลุ 9,000 ราย ขยายล็อกดาวน์ถึง 1 มิ.ย.

สิงคโปร์ติดโควิดพุ่งอีก ยอดสะสมทะลุ 9,000 ราย ขยายล็อกดาวน์ถึง 1 มิ.ย.

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1,000 รายในวันอังคาร ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุ 9,000 รายไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ไปถึงเดือนมิถุนายน

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 21 เม.ย. 2563 กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่อีก 1,111 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 9,125 รายแล้ว โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือใบอนุญาตทำงานในประเทศ

ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่มีถึง 1,050 ราย ที่เป็นแรงงานต่างชาติซึ่งอาศัยในหอพักต่างๆ ขณะที่ 33 รายเป็นผู้ถือเอกสารอนุญาตทำงานที่อาศัยอยู่นอกหอพัก และ 20 รายเป็นชาวสิงคโปร์หรือผู้ได้รับอนุญาตพำนักถาวร ไม่พบผู้ติดเชื้อนำเข้ารายใหม่

กระทรวงสาธารณสุขยืนยันด้วยว่า จนถึงตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ 3,593 รายยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่อาการทรงตัวหรือดีขึ้น 27 รายอยู่ในห้องไอซียู มีผู้ป่วยหายดีอีก 39 คนในวันอังคารทำให้ยอดผู้หายป่วยเพิ่มเป็น 839 คนแล้ว ขณะที่มีผู้ติดเชื้อแต่ไมแสดงอาการหรืออาการไม่รุนแรง ถูกกักตัวตามสถานที่ต่างๆ อีก 4,682 คน ข่าวด่วนออนไลน์ 

ด้านนายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ประกาศในวันอังคารว่า รัฐบาลจะขยายเวลามาตรการล็อกดาวน์ หรือที่พวกเขาเรียกว่า ‘เซอร์กิต เบรคเกอร์’ ออกไปอีก 4 สัปดาห์จนถึงวันที่ 1 มิ.ย. และจะบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19

รัฐบาลจะปิดสถานที่ทำงานมากขึ้น เพิ่มความเข้มงวดในการจำแนกว่าธุรกิจหรือบริการใดเป็นสิ่งจำเป็น และจะเพิ่มข้อจำกัดการเข้าตลาดยอดนิยม 4 แห่ง โดยจะกำหนดให้ประชาชนที่มีเลขสุดท้ายในบัตรประชาชนเป็นเลขคู่ สามารถเข้าตลาดได้ในวันคู่เท่านั้น ส่วนผู้มีเลขสุดท้ายเป็นเลขคี่ ก็จะเข้าได้ในวันคี่

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขากลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ตัวเลขที่สูงขึ้นไม่ได้มีสาเหตุจากมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจโรคมากขึ้นต่างหาก

 

ที่มา:  www.thairath.co.th

ติดตาม ข่าวด่วนออนไลน์ ได่ที่เว็บไซต์  www.thairathdayonline.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *