ขึ้นแบล็คลิสต์-ถอดชื่อออก หากพบโรงแรมโก่งราคาโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’

ขึ้นแบล็คลิสต์-ถอดชื่อออก หากพบโรงแรมโก่งราคาโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’

จ่อลงดาบหากพบโรงแรมโก่งราคาโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ยอดลงทะเบียนกว่า 4.1 ล้านคนแล้ว เร่งสำรวจโรงแรมที่เข้าร่วม ป้องกันเอาเปรียบปชช.

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนท่องเที่ยวในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ว่า ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองโรงแรมที่พักแล้วกว่า 4.1 ล้านคน และได้รับการอนุมัติแล้ว 3.9 ล้านคน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล โดยหลังจากเปิดให้จองห้องพักในวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีผู้ใช้สิทธิ์จองห้องพักแล้วกว่า 87,960 ห้อง ซึ่งพบปัญหาในส่วนของราคาห้องพักปรับขึ้น และการจองผ่านเว็บไซต์ตัวแทนผู้ประกอบการ (โอทีเอ) มีราคาสูงกว่าปกติ ททท.จะหารือร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และตรวจสอบราคาขายห้องพัก ทั้งการขายเว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน และขายผ่านโอทีเอ

เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการว่า ราคาห้องพักที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องไม่สูงกว่าราคาขายในโอทีเอ และยืนยันว่า ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่โอทีเอตกลงกับกระทรวงการคลังไว้ 2% เท่านั้น

นายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการมายังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้เร่งทำการสำรวจและตรวจสอบโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดการใช้ช่องโหว่เอาเปรียบประชาชน ข่าวด่วนออนไลน์

โดยหากยังขึ้นราคาห้องพักที่ขายผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันแบบผิดปกติอยู่ จะดำเนินการนำโรงแรมเหล่านั้นขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) และถอดชื่อโรงแรมนั้นๆ ไม่ให้เข้าร่วมการขายต่อไปทันที ตั้งแต่เฟส 1 รวมถึงเฟส 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้น และหากพบว่ามีประชาชนจองที่พักไปแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องคืนเงินห้องพักทั้งหมดทันทีด้วย

“หากประชาชนพบราคาห้องพักใดที่ขายผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในรูปแบบราคาปรับสูงขึ้นมากกว่าปกติ สามารถร้องเรียนผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน และสายตรง 1672 ททท. ได้ทันที ซึ่งจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 3 วัน ก่อนแจ้งความคืบหน้าและผลการตรวจสอบ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำในการไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสผ่านโครงการดังกล่าว เพราะจุดประสงค์คือต้องการให้โครงการนี้ เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวต่อไป” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวว่า สำหรับยอดการใช้สิทธิ์จองห้องพักที่ยังไม่ถึง 100,000 ห้องนั้น ถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับที่อืด ขึ้นอยู่กับว่าเปรียบเทียบกับมาตรฐานใด ซึ่งมองว่าตอนนี้อยู่ในระดับที่ดูดีพอสมควร เนื่องจากมีการจองห้องพักท่องเที่ยวเพิ่มจาก 0-5% ในช่วงที่ผ่านมา และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของการเดินทาง ว่าจะเริ่มสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือกลางเดือนสิงหาคมนี้

โดยขณะนี้การท่องเที่ยวไทย ไม่สามารถหวังผลการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปได้ จึงต้องกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด และจำนวนการเข้าพักต่อคืนเพิ่มขึ้นแทน โดยจากการสำรวจพบว่า หากเป็นการจองระยะสั้น 2 วัน 1 คืน จะนิยมจองโรงแรมที่อยู่ในภาคตะวันออกและตะวันตก ส่วนหากเป็นจำนวนการจอง 2 คืนขึ้นไป จะนิยมไปเที่ยวภาคใต้มากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ จังหวัดกระบี่

 

 

 

 

ที่มา : www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวด่วนออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์  www.thairathdayonline.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *