“คมนาคม ร่วม เกษตรฯ” kick off นำยางพารา มาปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน

"คมนาคม ร่วม เกษตรฯ" kick off นำยางพารา มาปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน

คมนาคม จับมือ ก.เกษตรและสหกรณ์ kick off โครงการนำยางพารามาปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน ที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 6 ที่มีเกษตรกรชาวสวนยางและกลุ่มสหกรณ์ที่เข้มแข็ง

วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุง เพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และ นายวิศิษฏ์ ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมงาน

โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่าโครงการยางพาราเพื่อความปลอดภัยทางถนนนี้ เมื่อมีเป้าหมายในการใช้ยางพาราแต่ละปีชัดเจน จะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่ยางพาราเพิ่มขึ้น โดยหลังจากการเริ่มต้นโครงการเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา 1 เดือน ล่าสุดราคาน้ำยางพารา อยู่กิโลกรัมละ 63 บาท

ขณะที่ราคายางก้อนถ้วย มีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีนิยมผลิตเพื่อทำการขายนั้น ก่อนที่จะมีโครงการราคาเคยตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 8 บาท ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นโครงการฯ แต่ ณ วันนี้ ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ 22 บาท โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป้าหมายที่จะผลักดันให้ราคายางก้อนถ้วยนี้ กิโลกรัมละ 28 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดในภาคกลางของไทย ที่มีการปลูกยางพาราจำนวนมาก โดยข้อมูลล่าสุดของการยางแห่งประเทศไทย พบว่ามีเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 1994 ราย พื้นที่ปลูกยางรวมทั้งสิ้น 35,878 ไร่ โดยผลผลิตยางพาราแบ่งเป็นยางแผ่นดิบ 598 ตัน คิดเป็นร้อยละ 77.25 และยางก้อนถ้วย 155 ตัน คิดเป็นร้อยละ 20.02 (ข้อมูลณวันที่ 23 กันยายน 2563)

นอกจากนี้ จังหวัดอุทัยธานียังเป็นจังหวัดที่มีสหกรณ์ชาวสวนยางที่เข้มแข็ง โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่าการดำเนินโครงการใช้ยางพาราเพื่อความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะใช้สหกรณ์สวนยาง เป็นกลไกในการรับซื้อยางจากชาวสวน จะมีส่วนในการสนับสนุนให้มีการกำหนดราคารับซื้อที่สร้างรายได้แก่ชาวสวนยางในระดับที่น่าพอใจ ทำให้ราคายางพาราในประเทศ มีเสถียรภาพได้ในระยะยาว ข่าวด่วนออนไลน์

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จังหวัดระยอง ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง วงเงิน 2,770 ล้านบาทนั้น ถือเป็นการดำเนินการระยะที่ 1 โดยกรมทางหลวง (ทล.) และ ทช. ได้นำมาใช้ในการนำ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post: RGP) มาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ประกอบกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณการใช้ยางพาราเอซีเหลือเพียงเอซีเท่านั้น รวมถึงงบประมาณเหลือจ่ายปี 2563 มาใช้ รวมงบประมาณที่ใช้ในระยะที่ 1 ทั้งสิ้น 4,400 ล้านบาท ทั้งนี้ จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน พ.ย. 2563 โดยในส่วนของ ทช. จะดำเนินการระยะที่ 1 แบ่งเป็น ใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตบนนถนนของ ทช. ระยะทาง 209 กม. ขณะที่หลักนำทางยางธรรมชาติ จะดำเนินการจำนวนกว่า 300,000 ต้น

ขณะที่ระยะที่ 2 นั้น ในช่วงกลาง พ.ย.นี้ จะเสนอของบประมาณรายจ่ายงบกลางปี 2564 เพื่อนำมาดำเนินการต่อไป จากนั้นจะประเมินความคุ้มค่า รวมถึงสถิติอุบัติเหตุของโครงการ ทั้งนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามแผนระนะ 3 ปี (2563-2565) โดยมีปริมาณการใช้ยางพารา จำนวน 1,007,951 ตัน มาใช้ติดตั้งบนถนนของ ทล. และ ทช. ระยะทางรวม 12,282 กิโลเมตร (กม.) ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 85,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับ จำนวน 30,108 ล้านบาท นอกเหนือจากนี้ ในช่วง พ.ย. 2563 จะตั้งงบประมาณปี 2565 เพื่อบรรจุเข้าในปีงบประมาณ 2566 ด้วย

ที่มา : www.thairath.co.th
ติดตาม ข่าวด่วนออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์  www.thairathdayonline.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *