เลขา สมช. มั่นใจ ม็อบมาไม่ถึงหมื่น ตำรวจ 100 กองร้อยรับ พุทธะอิสระนัด ไปลานพระรูป

ม็อบมาไม่ถึงหมื่น

“บิ๊กป้อม” เชื่อผู้ชุมนุม 14 ต.ค. มาน้อย ฝ่ายความมั่นคงเอาอยู่ เลขาธิการ สมช.ประสานเสียงมาไม่ถึงหลักหมื่น ยังไม่มีรายงานมือที่สามป่วน “บิ๊กตู่” เร้าคนไทยช่วยทำประเทศสงบ ควงทีม ศก. โชว์ตัวปั่นเชื่อมั่น “วิษณุ” ย้ำสถาบันอยู่ภายใต้ รธน. พท.บี้นายกฯเสียสละลาออก ให้รัฐสภาสรรหานายกฯคนใหม่ เพื่อชาติขออย่ามองเยาวชนเป็นคู่ขัดแย้ง อมธ.ขอ ม.ธรรมศาสตร์ยึดอุดมการณ์ “อ.สัญญา” “พุทธะอิสระ-วรงค์-เชียร์ลุง” นัดระดมพลใส่เสื้อเหลืองเฝ้ารับเสด็จ บช.น.จัด ตร. 100 กองร้อยรับมือ พท.ปรับโครงสร้างตั้ง 10 คณะทำงาน ส.ว.ดื้อแพ่งไม่รับข้อสรุปอนุ กมธ. ทำประชามติรอบเดียว

ทุกสายตาจับจ้องการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคณะราษฎร 2563 จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อขั้วอำนาจได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประสานเสียงเลขาฯ สมช. ชี้ข้อมูลการข่าวเชื่อว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนไม่มาก ไม่ถึงหมื่น ฝ่ายความมั่นคงสามารถเอาอยู่
“บิ๊กตู่” ชวนคนไทยถือศีลกินเจ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นาย ณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต นำผู้แทนชุมชนในจังหวัดต่างๆ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมเทศกาล ถือศีล กินผัก (กินเจ) ประจำปี 2563 อาทิ เยาวราช ที่ กทม. ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ศาลเจ้าหนาจาซาไทจื้ออ่างศิลา จ.ชลบุรี และศาลเจ้าใน จ.ภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ต.ค. โอกาสนี้นายกฯยังชมการแสดงเชิดสิงโต จากคณะสิงโตฮกเกี้ยนเต้ออี้ถัง จ.นครสวรรค์

ควงทีม ศก.โชว์ตัวปั่นเชื่อมั่น
ต่อมาเวลา 12.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้แก่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า นำนายอาคมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว จึงนำทีมเศรษฐกิจมาสร้างความมั่นใจกับทุกคน เราจะทำงานอย่างเต็มที่ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้อย่างระมัดระวังที่สุด มาตรการครอบคลุม ทุกกลุ่ม มุ่งเน้นดูแลบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ช่วยคนไทยหลายสิบล้านคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ เป้าหมายหลักช่วยคนรายได้น้อยให้พอมีเงินใช้จ่าย และช่วยให้คนที่มีรายได้มาก คนมีเงินแต่ไม่อยากใช้ ออกมาใช้เงิน ดึงเงินเข้าหมุนเวียนในระบบ เกิดการกระจายเงินสร้างรายได้ทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะส่วน

ขอคนไทยช่วยทำประเทศสงบ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 หลายประเทศแย่กว่าเรา เรายังมีศักยภาพอยู่ ฉะนั้นอย่าทำลายศักยภาพของเราเองด้วยเรื่องที่มันไม่ควรทำ ถ้าเสียหายตอนนี้ความเชื่อมั่นจะเอากลับคืนมาไม่ได้ เราจะไม่ทันเขาแน่นอน ขอฝากทุกคนให้รักษาความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองให้มากที่สุด ช่วยกันเคารพกฎหมายไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนอื่น และเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ดำเนินการ คงไม่ต้องสั่งอะไรเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่สุดคือคำว่ารวมไทยสร้างชาติ ทุกคนที่เป็นคนไทย เกิดในแผ่นดินไทย ต้องจับมือร่วมกันทุกภาคส่วน ช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้า

หยอก “สันติ” นั่งเก้าอี้ รมช.ได้มั้ย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ต่อวง ครม. จากนั้นหันไปหยอกล้อนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ก่อนหน้านี้ช่วงที่ไม่มี รมว.คลัง นายสันติต้องขยับมานั่งที่นั่งของ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการ รมว.คลัง แต่วันนี้ต้องขยับไปอยู่แถวหลังเก้าอี้เดิม ว่า “ตรงนั้นนั่งได้มั้ย” ทำให้นายสันติและรัฐมนตรีคนอื่นๆต่างอมยิ้ม นอกจากนี้ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ยังเรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน นายอาคมและนายสันติ ให้ไปยืนแถลงข่าวกับสื่อมวลชนร่วมกันโดยบอกกับทั้งสามคนว่า ไปเรียกความเชื่อมั่นด้วยกันหน่อย

“บิ๊กป้อม” เชื่อมาน้อยเอาอยู่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรวันที่ 14 ต.ค. ฝ่ายความมั่นคงเตรียมการไว้แล้ว การดูแลความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ใช้มาตรการเดิมตามกฎหมาย เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลการชุมนุมครั้งนี้อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่กังวล เราอยากจะพูดคุยทำความเข้าใจกับเขาแต่เขาไม่คุยด้วย คิดว่าผู้ชุมนุมคงมาไม่มาก ตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินอะไรคิดว่าเอาอยู่ เมื่อถามว่าทำไมจึงคิดว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะมาไม่มาก พล.อ.ประวิตรตอบว่า กะเกณฑ์เอา ตอนนี้มีทั้ง 2 ฝ่าย และไม่รู้ว่าจะมีผู้ชุมนุมมาจำนวนเท่าไหร่ แต่ฟังจากกระแสแล้วคิดว่ามาไม่มาก ไม่มีปัจจัยอะไร

สมช.ฟันธงมีคนไม่ถึงหมื่น
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า นายกฯเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่จะเกิด มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดตามดูแลการชุมนุม ฝ่ายความมั่นคงจะพยายามดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อยที่สุด เมื่อถามว่า สตช.รายงานแผนที่จะดำเนินการในวันที่ 14 ต.ค.หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลตอบว่า พยายามติดตามการเคลื่อนย้ายมวลชนอยู่ ข้อมูลเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ จากข้อมูลปัจจุบันคงมีผู้ร่วมชุมนุมไม่มากเท่าไหร่ ไม่ถึงหลักหมื่น แต่เราไม่ได้ประมาทหรือปรามาส จากข้อมูลการข่าวมีการเคลื่อนย้ายประชาชนจากต่างจังหวัด 40-50 จังหวัด แต่มาจำนวนไม่มาก ส่วนผู้ดำเนินการเป็นกลุ่มเดิมๆเหมือนครั้งที่ผ่านมา มีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องบ้าง แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นฝ่ายไหน ส่วนประเด็นเรื่องมือที่สามนั้น ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามา แต่เราไม่ประมาท เมื่อถามว่ามีทีมไปเจรจากับผู้ชุมนุมเรื่องการแสดงเชิงสัญลักษณ์ เช่น การชู 3 นิ้ว ระหว่างขบวนเสด็จ ตามที่หลายฝ่ายกังวลหรือยัง พล.อ.ณัฐพลตอบว่า เป็นเรื่องที่ สตช.ดูแล

“วิษณุ” ย้ำสถาบันอยู่ภายใต้ รธน.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคงมาตรการดูแลทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่มีการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ยังไม่รู้ว่าผู้ชุมนุมจะปักหลักค้างคืนนานเท่าไหร่ เมื่อถามว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ยังมาทำงานในทำเนียบรัฐบาลหลังวันที่ 14 ต.ค.ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ได้ ถ้าเขาสามารถเข้ามาได้ แต่ได้บอกให้ดูด้วยว่าจะออกจากทำเนียบรัฐบาลไปได้หรือไม่ คิดว่าเจ้าหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัยคงเจรจาหรือหาทางดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ให้เกิดการปะทะกัน เพราะไม่ใช่นโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว มีการกำชับเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ตั้งแต่การชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. เมื่อถามถึงหนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่ต้องการให้สถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ นายวิษณุตอบว่า ทุกวันนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าที่เรียกร้องหมายถึงอะไร เมื่อถามว่าข้อเรียกร้องนี้ถือเป็นเรื่องมิบังควรใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ทุกคนก็รู้”

พท.บี้นายกฯเสียสละลาออก
ด้านนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการจัดการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชน วันที่ 14 ต.ค. ไม่น่ามีปัญหา หากฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญกับการป้องกันการคุกคามจากมือที่ 3 ที่ผ่านมาการจัดชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมาย ข้อเรียกร้องของนักศึกษา คือ การมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และความจริงใจจากรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญ การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 6 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีแต่ทรุดลง เศรษฐกิจพัง เพราะการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้ประสิทธิภาพ พยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน โจมตีกลุ่มนักศึกษา มองเป็นกลุ่มที่ขัดแย้งกับรัฐบาล อยากเตือน พล.อ.ประยุทธ์ว่า เยาวชนทุกคนคือคนไทย คนเป็นผู้นำรัฐบาลไม่ควรสร้างความเกลียดชัง ควรรับฟังปัญหา หากต้องการให้ปัญหาหมดไป พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมเสียสละ ลาออกจากตำแหน่ง เชื่อว่าปัญหาจบแน่นอน

ให้รัฐสภาสรรหานายกฯคนใหม่
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้รัฐบาล และ ส.ว. จริงใจกับประเทศและประชาชน ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อย่าให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟเพราะความอดอยาก เรื่องม็อบมีทุกรัฐบาลแต่ต้องแก้ปัญหา กันไป อย่ามีอคติจนละเลยปัญหาหลัก คือการเร่งสร้างความเชื่อมั่น ขณะนี้ต่างประเทศไม่อาจลงทุนกับประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพด้านการเมือง จึงทยอยย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คนตกงานจำนวนมาก ถ้านายกฯคุมรัฐบาลไม่ได้ และให้นโยบายกับ ส.ว.ที่ตั้งมาเองกับมือไม่ได้ ควรลาออกจากตำแหน่ง ให้รัฐสภาทำหน้าที่สรรหานายกฯ คนใหม่ อาจเป็นทางออกที่ดีของบ้านเมือง

ส.ส.ไปดูชุมนุมในนามส่วนตัว
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อาจมี ส.ส.ของพรรคบางคนไปร่วมสังเกตการณ์ชุมนุมวันที่ 14 ต.ค. เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล พรรคไม่ได้ดำเนินการ หรือมีมติให้ไปสังเกตการณ์เหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่อาจมี ส.ส.บางคนไปสังเกตการณ์บ้าง คงไม่ถึงขั้นไปตั้งเต็นท์ ส่วนจะมีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ชุมนุมหรือไม่นั้น พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรติดตามอยู่แล้ว

ขออย่ามองเยาวชนเป็นคู่ขัดแย้ง
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มองกลุ่มเยาวชนที่จัดชุมนุมเป็นคู่ขัดแย้ง พยายามสร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มเยาวชน เพื่อต้องการให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก พยายามให้ร้ายโจมตีว่ากลุ่มเยาวชนทำประเทศเสียหาย นักลงทุนไม่กล้ามาลงทุน เป็นการโยนบาปทั้งหมดที่รัฐบาลทำมาให้กลุ่มเยาวชน น่าเป็นห่วงคือมุมมอง พล.อ.ประยุทธ์ที่มีต่อกลุ่มนักศึกษาไม่ใช่ลูกหลาน แต่มองเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง อยากเตือนนายกฯอย่าสร้างเงื่อนไขให้เข้าทางฝ่ายความมั่นคงใช้อำนาจกับเยาวชน หากต้องการจบปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงความจริงใจ และยอมรับในมติมหาชนที่คนไทยแสดงออกมาว่าไม่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว

ก้าวไกลสวนพวกสอพลอนาย
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเยาวชนนั้น หากหมายถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลนั้น ขอให้นายธนกรฟังให้ดีว่าทั้ง 2 คน ออกมายืนยันว่าจะร่วมการชุมนุม ดังนั้น ไม่ใช่การอยู่เบื้องหลัง แต่พวกเรามีจุดยืนทางการเมืองเคียงข้างประชาชน พร้อมชนกับเผด็จการเสมอมา คนทั้งประเทศตาสว่างกันหมดแล้ว เหลือแต่นายธนกรที่ยังอยู่ในกะลา เคาะเท่าไรก็ไม่ออกมา ทำหน้าที่ประจบนายรายวัน และด้วยความหวังดีหากอยากมีอนาคตทางการเมืองอย่างมีเกียรติ โปรดยืนข้างประชาชน

ขอ มธ.ยึดอุดมการณ์ “อ.สัญญา”
วันเดียวกัน องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (อมธ.) นำโดย น.ส.พร้อมพร พันธุ์โชติ นักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะนายก อมธ. ออกแถลงการณ์กรณีการชุมนุมวันที่ 14-16 ต.ค. มีใจความสำคัญระบุว่า เนื่องด้วย มธ.ได้ให้พื้นที่และสนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองมาต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัย เพื่อดำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของนายสัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตอธิการบดี มธ. ที่ว่านักศึกษามีสิทธิแสดงความคิดเห็น คำพูด หากการกระทำนั้นไม่ล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น อมธ.จึงขอเรียกร้องให้ มธ. ประกาศหยุดเรียนในวันที่ 14-16 ต.ค. ที่จะมีการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อให้นักศึกษามีสิทธิเรียกร้องต่อรัฐบาล และได้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตย โดย อมธ.เห็นว่าการชุมนุมอย่างสันติที่จะเกิดขึ้นในวันและเวลาดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย แต่เป็นการแสดงออกซึ่งสามารถ กระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศ ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นำโดยนายณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ ในฐานะประธานสหภาพ สนท. ออกแถลงการณ์เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ออกมาร่วมแสดงพลัง หยุดเรียนวันที่ 14 ต.ค.ด้วย

“พุทธะอิสระ” นัดระดมเสื้อเหลือง
ขณะที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คนชั่วจะได้ที หากคนดียังเฉยชา” วันที่ 14 ต.ค.นี้ ลูกไทยหัวใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สวมเสื้อเหลือง หน้ากากอนามัย ยาลม ยาดม ยาหม่อง ขนมขบเคี้ยวเพื่อรองท้อง น้ำดื่ม ผ้าพลาสติกรองนั่ง และร่มกันแดดกันฝน มาร่วมกันน้อมถวายการรับเสด็จ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ต้องใจถึงด้วยนะจ๊ะ “อย่าทิ้งฉันนะ” อย่าปล่อยให้คนชั่วได้ที

กลุ่ม “เชียร์ลุง” ชวนเฝ้ารับเสด็จ
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทีมงานกลุ่มไทยภักดี จะไปร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้าวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กเพจ “เชียร์ลุง” เริ่มเผยแพร่ข้อความติดแฮชแท็ก #ไปร่วมรับเสด็จ 14 ต.ค. เชิญชวนประชาชนสวมเสื้อเหลืองไปเฝ้ารับเสด็จ พร้อมเตรียมหมวก เข็มกลัด และแมสก์ สีน้ำเงิน ติดข้อความปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เตรียมแจกจ่ายให้ผู้ที่จะเดินทางมาร่วม

บช.น.จัด ตร.100 กองร้อยรับม็อบ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.จร. ร่วมกันแถลงเตรียมความพร้อมดูแลการชุมนุมและการจราจร บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 14 ต.ค. พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ช่วงเวลา 14.00 น.ของวันที่ 14 ต.ค. จะไม่ปิดการจราจรเส้นทางบริเวณดังกล่าว ฝ่ายความมั่นคงจะจัดพื้นที่ฟุตปาทให้ หากผู้ชุมนุมลงมาในพื้นผิวจราจรจะปิด 2 ระดับ คือ 1.ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัว-แยกป้อมมหากาฬ ถนนดินสอตั้งแต่แยกมหรรณพ ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจนถึงแยกสะพานวันชาติ 2.เมื่อกลุ่มชุมนุมมีจำนวนมากจะปิดแยกผ่านพิภพลีลา ขอให้หลีกเลี่ยงใช้ถนนราชดำเนินกลาง หลานหลวง ดินสอ ตะนาว และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บช.น.ยังคงเตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 100 กองร้อย เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย โมเดลเดียวกับวันที่ 19-20 ก.ย.

พท.ปรับโครงสร้างตั้ง 10 คณะทำงาน
ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่รวม 24 คนเป็นครั้งแรก โดยมี “เจ๊แจ๋ว” นางจุฑารัตน์ เมนะเศวต คนสนิทคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย แต่ไม่มีผู้ยืนยันว่าเข้าร่วมประชุมด้วยหรือไม่ ต่อมานายประเสริฐ จันทรรวงทอง แถลงว่า โครงสร้างใหม่เพื่อไทยเป็นการผนึกกำลังจากรุ่นสู่รุ่น จับมือกันเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน ยึดหลักการกระจายอำนาจ แบ่งคณะทำงานเป็น 10 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานกิจการสภา หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และประธานวิปฝ่ายค้าน รับผิดชอบ 2.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน รับผิดชอบ 3.คณะทำงานด้านนโยบายและวิชาการ มีนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ รับผิดชอบ 4.คณะทำงานด้านการสื่อสารการเมือง และกองโฆษก มีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบ 5.คณะทำงานด้านการพัฒนาฐานสมาชิก มีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผอ.พรรค รับผิดชอบ 6.คณะทำงานพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง มีหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค รับผิดชอบ 7.คณะทำงานบริหารและพัฒนากิจการพรรค มีเลขาธิการพรรค และ ผอ.พรรค รับผิดชอบ 8.คณะทำงานด้านกฎหมาย มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบ 9.คณะทำงานด้านต่างประเทศ มีนางนลินี ทวีสิน รับผิดชอบ 10.คณะทำงานเครือข่ายและแนวร่วมกลุ่มวิชาชีพต่างๆ มีหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค รับผิดชอบ

ส่งคนลุยเลือกตั้งท้องถิ่นเต็มสูบ
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวถึงการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คงไม่ได้คุยกัน แต่บางพื้นที่หากพรรคร่วมฝ่ายค้านส่งผู้สมัครเหมือนกัน ต่างคนต่างต้องหาเสียง สำหรับพรรคเพื่อไทยหากจังหวัดใด ส.ส.พื้นที่ในจังหวัดนั้นเห็นตรงกัน จะส่งในนามพรรค ถ้าหากตกลงกันไม่ได้จะไม่ให้ใช้ในนามพรรค ให้ลงอิสระ โดยพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครนายก อบจ.ให้มากที่สุด พื้นที่ใดส่งในนามพรรค ผู้บริหารพรรคจะแบ่งกำลังลงไปช่วยหาเสียง เมื่อถามว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครหรือไม่ นายสมพงษ์ตอบว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ยังมีเวลา ยังหารือกันได้ พรรคจะส่งใครต้องเตรียมตัว แต่จะเหมาะสมอย่างไรอยู่ที่กาลเวลา

ส.ว.ดื้อแพ่งไม่รับข้อสรุปอนุ กมธ.
ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. โฆษกอนุกรรมาธิการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการ กล่าวว่า ข้อสรุปของอนุ กมธ.เสียงข้างมาก ที่ระบุว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และให้ทำประชามติเพียงครั้งเดียวนั้น ข้อสรุปดังกล่าวไม่ใช่มติที่ประชุม จึงยังไม่มีข้อยุติ ส.ว.และนักวิชาการบางส่วนมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้แล้ว และส่วนตัวเห็นว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง คือ ก่อนลงมติรับหลักการ หลังรับหลักการวาระ 3 และหลัง ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จแล้ว ส.ว.เห็นตรงกันว่าข้อสรุปอนุ กมธ.ยังสรุปไม่ได้ แม้แต่ กมธ.ก็ไม่ควรมีข้อสรุป เรื่องนี้เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา 750 คน จะใช้ดุลพินิจว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ ทุกคนต้องยกมือตามข้อสรุปนี้ไม่ได้

“บิ๊กตู่” พา ครม.สัญจรภูเก็ต-สมุย
อีกเรื่อง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้จัดประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 2-3 พ.ย. ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ติดตามสถานการณ์การระบาดโควิด-19 และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายกฯจะลงพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต โดยมีรัฐมนตรีลงตรวจราชการพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล

“วิษณุ” แจงไทม์ไลน์เลือกตั้ง อบจ.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ต่อที่ประชุม ครม. โดยคาดว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้ง อบจ.ในเดือน ธ.ค.นี้ และภายใน 1-2 วันนี้ กกต.น่าจะประกาศวันเลือกตั้งออกมา ทันทีที่ กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง นายก อบจ. และ ส.จ.ทุกคน จะพ้นจากตำแหน่งโดยทันที ไม่ใช่พ้นหน้าที่หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น

กกต.ประกาศเลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.
ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเอกสารข่าวแจกมายังสื่อมวลชนชี้แจงแผนการจัดเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ว่า คณะกรรมการ กกต.ได้พิจารณาร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง ส.จ. และนายก อบจ. มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างแผนของสำนักงานฯ คือวันที่ 26 ต.ค. กกต.จะออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.จ.และนายก อบจ. โดยจะมีการรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. และวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 ธ.ค.นี้

ที่มา : www.thairath.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *